หน้าฝนกับชาวสองล้อเป็นของคู่กันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับเมืองไทย ไม่ว่าคุณจะใช้รถมอเตอร์ไซค์ Honda ในชีวิตประจำวันเพื่อเดินทางไปทำงาน ขี่ส่งของ หรือเป็นสายออกทริปท่องเที่ยว เมื่อเมฆดำทะมึนตั้งเค้าและหยดน้ำฝนแรกเริ่มร่วงหล่นลงมา สภาพถนน ทัศนวิวิสัย และความปลอดภัยจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทันทีที่ฝนตก ถนนจะลื่นขึ้นจากคราบน้ำมันและฝุ่นผงที่ลอยขึ้นมาเคลือบผิวถนน ทัศนวิวิสัยผ่านชิลด์หมวกกันน็อกจะพร่ามัวลง และความเย็นยะเยือกของสายฝนจะค่อยๆ กัดกร่อนสมาธิในการควบคุมรถ
การขับขี่รถจักรยานยนต์ Honda หน้าฝนให้ปลอดภัย แห้งสบาย และยังคงความเท่ ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นเรื่องของการเตรียมพร้อมตั้งแต่หัวจรดเท้า รวมถึงการปรับแต่งและดูแลตัวรถให้พร้อมรับมือกับทุกสภาพผิวถนนอย่างถูกต้องและเป็นระบบ
การแต่งกายขี่มอเตอร์ไซค์หน้าฝนต้องตอบโจทย์ 3 มิติหลัก ได้แก่ กันน้ำเข้า (Waterproof), ป้องกันแรงกระแทก (Impact Protection), และ การมองเห็นในที่มืดหรือฝนตกหนัก (High Visibility) การใช้เพียงเสื้อกันฝนพลาสติกบางๆ ทั่วไปนอกจากจะไม่ทนทานต่อแรงลมแล้ว ยังฉีกขาดง่าย และไม่สามารถปกป้องผิวหนังหรือข้อต่อได้เลยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อฝนตก ปัญหาใหญ่ที่สุดของไบค์เกอร์ไม่ใช่ความเปียก แต่คือการมองไม่เห็นทาง หมวกกันน็อกที่เหมาะสมในฤดูฝนจึงต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตัว:
เลือกทรงเต็มใบ (Full Face) หรือเปิดคาง (Modular): หลีกเลี่ยงหมวกครึ่งใบหรือหมวกเปิดหน้าแบบไม่มีชิลด์โดยเด็ดขาด เพราะเม็ดฝนที่ปะทะหน้าด้วยความเร็วเดินทาง 60–80 กม./ชม. จะเจ็บแสบจนลืมตาไม่ขึ้น หมวกเต็มใบจะช่วยปิดกั้นน้ำฝน ละอองโคลน และลมได้มิดชิดที่สุด
ชิลด์หน้าแบบใส (Clear Shield): ในวันที่ฟ้าครึ้ม เมฆฝนหนาทึบ หรือขี่ฝนตกช่วงพลบค่ำ ห้ามใช้ชิลด์ปรอท ชิลด์ดำ หรือชิลด์สโม้กเข้ม เพราะจะทำให้ทัศนวิวิสัยมืดจนมองไม่เห็นหลุมหรือแอ่งน้ำ ชิลด์ใสคือตัวเลือกเดียวที่ปลอดภัยที่สุด
แผ่นกันฝ้า (Pinlock): ปัญหาคลาสสิกเวลาปิดชิลด์ขี่กลางฝนคือ อุณหภูมิภายในหมวกจะอุ่นกว่าภายนอก ทำให้ลมหายใจกลายเป็นฝ้าเกาะเต็มชิลด์ด้านใน การติดตั้งแผ่น Pinlock (เลนส์คู่ที่สร้างสุญญากาศกั้นอุณหภูมิ) จะช่วยตัดปัญหาฝ้าขึ้นได้สนิท ทำให้มองเห็นเส้นทางได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องแง้มชิลด์ให้น้ำฝนกระเด็นเข้าตา
การระบายอากาศและแผ่นปิดใต้คาง (Chin Curtain): หมวกควรมีช่องระบายอากาศด้านบนที่เลื่อนเปิด-ปิดได้ เพื่อป้องกันน้ำฝนไหลย้อนเข้า และมีแผ่นกั้นใต้คางเพื่อป้องกันละอองน้ำจากล้อหน้าม้วนเข้ามาใต้คาง
การเลือกระหว่างเสื้อกันฝนสวมทับ หรือเสื้อการ์ดตัวเดียวจบ ขึ้นอยู่กับงบประมาณและพฤติกรรมการขับขี่:
เสื้อกันฝนเฉพาะทางสำหรับมอเตอร์ไซค์ (Motorcycle Raincoat):
ไม่ใช่เสื้อกันฝนแบบเดินถนนทั่วไป เสื้อกันฝนมอเตอร์ไซค์ที่ดีต้องผลิตจากผ้าไนลอน (Nylon) หรือโพลีเอสเตอร์ (Polyester) เคลือบสาร PU/PVC หนา ทนทานต่อแรงต้านลม ไม่ฉีกขาดง่าย ทุกรอยเย็บต้องมีเทปซีลกันน้ำ (Seam Taped) ปิดทับ ด้านหน้าต้องมีซิปกันน้ำและแถบตีนตุ๊กแกพับทับอีกชั้นเพื่อป้องกันลมดันละอองน้ำซึมผ่าน และต้องมีแถบสะท้อนแสงขนาดใหญ่ เช่น สีเขียวสะท้อนแสง (Hi-Vis Yellow) เพื่อให้เพื่อนร่วมทางสังเกตเห็นได้ชัดเจนในม่านฝน
เสื้อการ์ดกันน้ำในตัว (Waterproof Textile Riding Jacket):
เหมาะสำหรับสายทัวริ่งทางไกล ตัวเสื้อใช้ผ้าที่มีเยื่อระบายอากาศและกันน้ำในตัว เช่น Gore-Tex, Drystar หรือ D-Dry ได้ทั้งการปกป้องจากการ์ดแท้ (ไหล่ ศอก หลัง) และกันน้ำได้ทันทีโดยไม่ต้องจอดรถเพื่อหยิบชุดมาเปลี่ยน

ขาและเป้ากางเกงคือจุดที่น้ำฝนซึมเข้าได้ง่ายที่สุด เนื่องจากน้ำจากตัวเสื้อจะไหลลงมาสะสม และละอองน้ำจากล้อหน้าจะสาดเข้าปะทะหน้าแข้งตลอดเวลา:
กางเกงกันฝนเอวยางยืดทรงสูง: เลือกกางเกงที่มีเป้าไร้รอยต่อ (Seamless Crotch) หรือมีการซีลตะเข็บหนาแน่น เพื่อป้องกันปัญหาน้ำซึมเข้าเป้ากางเกง
ขากางเกงแบบมีซิปหรือตีนตุ๊กแกขยาย: ช่วยให้สวมทับกางเกงขายาวปกติและรองเท้าบูทได้สะดวกโดยไม่ต้องถอดรองเท้าออกก่อน
การ์ดเข่า: หากใช้กางเกงกันฝนสวมทับ ควรสวมสนับเข่า (Knee Guards) ไว้ด้านใน เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อต่อสำคัญเสมอ
มือที่เปียกและเย็นชาจะทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง การควบคุมคันเร่งและก้านเบรกอาจลื่นหลุดจนเกิดอุบัติเหตุ:
ถุงมือมอเตอร์ไซค์กันน้ำ (Waterproof Gloves): ผลิตจากผ้าสังเคราะห์ผสมเยื่อกันน้ำ มีการ์ดสนับมือแข็ง (Hard Knuckle) และมีแถบหนังกันลื่นที่ฝ่ามือเพื่อเพิ่มความกระชับในการจับปลอกแฮนด์
แถบปาดน้ำชิลด์หมวก (Visor Wiper): ถุงมือลุยฝนคุณภาพดีจะมีแถบยางนิ่มติดอยู่ที่นิ้วชี้หรือนิ้วโป้งข้างซ้าย ทำหน้าที่เสมือนที่ปัดน้ำฝนขนาดเล็ก ให้ยกมือขึ้นปาดคราบน้ำบนชิลด์หน้าหมวกได้อย่างปลอดภัย
ข้อควรระวัง: ห้ามสวมถุงมือผ้าธรรมดาขี่ลุยฝนเด็ดขาด เพราะผ้าจะอมน้ำ ทำให้มือเปื่อย ลื่น และหนาวสั่นจนควบคุมรถลำบาก
รองเท้าบูทขี่มอเตอร์ไซค์กันน้ำ: หุ้มข้อขึ้นมาเพื่อป้องกันข้อเท้า มีการ์ดเสริมที่ตาตุ่มและส้นเท้า พื้นรองเท้าออกแบบร่องลึกกันลื่นบนพื้นผิวที่มีคราบน้ำมัน
ถุงคลุมรองเท้ากันฝน (Shoe Covers): ทางเลือกสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องใส่รองเท้าทำงาน ให้เลือกแบบที่มีพื้นยางหนาแบบเต็มแผ่นพร้อมดอกยางกันลื่น หลีกเลี่ยงถุงพลาสติกบางที่ไม่มีดอกยาง เพราะเวลาเอาเท้าแตะพื้นตอนจอดรถ อาจลื่นไถลจนรถล้มแปะได้ง่าย
การขี่มอเตอร์ไซค์กลางฝนในเมืองไทยมักเจอปัญหาฝนตกแต่อากาศร้อนชื้น หากแต่งตัวหนาเกินไป ร่างกายจะเปียกเหงื่อจากด้านในแทนน้ำฝน การใช้หลักการ 3 ชั้น (3-Layer System) จะช่วยระบายอากาศได้ดีที่สุด:
Base Layer (ชั้นในสุด): สวมเสื้อและกางเกงรัดรูปสำหรับออกกำลังกายชนิดแห้งไว (Quick-Dry) หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าฝ้ายหนาๆ เพราะเมื่อเหงื่อออกจะอมความชื้น แห้งช้า และเหนอะหนะ
Mid Layer (ชั้นกลาง): เสื้อการ์ดผ้าตาข่าย (Air-Flow Mesh Jacket) สวมไว้เพื่อความปลอดภัย มีการ์ดไหล่ ศอก หลัง ระบายอากาศได้ดีในสภาพอากาศปกติ
Outer Layer (ชั้นนอก): เมื่อฝนตก ให้หยิบชุดกันฝนคุณภาพดีมาสวมทับเสื้อการ์ดทันที ลมและน้ำจะถูกสกัดไว้ที่ชั้นนอก ขณะที่ร่างกายด้านในยังคงปลอดภัยและไม่อบอ้าว
กระเป๋าเป้และกระเป๋าท้ายกันน้ำ (Dry Bags): เลือกใช้กระเป๋าผ้าใบกันน้ำแบบเชื่อมรอยต่อด้วยความร้อน (Tarpaulin หรือ TPU) ระบบปิดแบบม้วนพับ (Roll-Top) ป้องกันน้ำฝนซึมเข้าใส่แล็ปท็อป เอกสาร หรือเสื้อผ้าสำรองได้อย่างมั่นใจ
สเปรย์เคลือบกระจก (Rain Repellent): ฉีดพ่นเคลือบชิลด์หมวกกันน็อกด้านนอก น้ำฝนจะจับตัวเป็นหยดกลมและถูกลมพัดปลิวหลุดออกไปเองอย่างรวดเร็วเมื่อรถวิ่ง ช่วยรักษาทัศนวิวิสัยให้ชัดเจน
ที่จับโทรศัพท์กันน้ำ (Waterproof Phone Mount): เลือกแท่นจับที่มีเคสปิดมิดชิดกันน้ำเข้า เพื่อป้องกันความชื้นทำลายพอร์ตชาร์จและระบบกล้องสมาร์ตโฟน
ไม่ว่าจะเป็นตระกูลสกู๊ตเตอร์อย่าง Click 160, Lead 125, Giorno+, PCX 160, Forza 350, ADV 350 หรือตระกูลเกียร์วนอย่าง Wave 110i/125i ไปจนถึงบิ๊กไบค์ตระกูล CB, CBR และ Transalp การเตรียมสภาพรถให้พร้อมรับมือกับน้ำเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง:
ร่องดอกยาง (Tread Depth): ดอกยางทำหน้าที่รีดน้ำออกจากหน้าสัมผัส หากยางโล้นจนถึงสะพานยาง เมื่อวิ่งผ่านแอ่งน้ำจะเกิดอาการเหินน้ำ (Hydroplaning) สูญเสียการควบคุมทันที
แรงดันลมยาง: ตรวจเช็กลมยางให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามคู่มือ อย่าปล่อยลมยางให้อ่อนเกินไป เพราะลมอ่อนจะทำให้ร่องดอกยางบีบตัวเข้าหากัน ประสิทธิภาพการรีดน้ำจะลดลง
ตรวจสอบผ้าเบรก: น้ำฝนและเศษทรายจะเข้าไปเกาะบนจานเบรก ทำให้ผ้าเบรกสึกหรอเร็วกว่าปกติ หมั่นตรวจเช็กความหนาของผ้าเบรกสม่ำเสมอ
ระบบ ABS (Anti-lock Brake System): สำหรับรถ Honda รุ่นที่มีระบบ ABS ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไฟเตือน ABS ดับลงตามปกติหลังจากออกตัว เพื่อช่วยป้องกันล้อล็อกตายเมื่อต้องเบรกบนถนนลื่น
ระบบ HSTC (Honda Selectable Torque Control): เปิดระบบป้องกันล้อหมุนฟรีไว้เสมอเมื่อขี่บนถนนลื่น เพื่อให้กล่องควบคุมตัดกำลังเครื่องยนต์ทันทีเมื่อล้อหลังเริ่มสูญเสียการยึดเกาะ
รถระบบโซ่ (Wave, CB Series): โซ่จะถูกน้ำฝนชะล้างสารหล่อลื่นออกอย่างรวดเร็ว ควรทำความสะอาดและฉีดสเปรย์หล่อลื่นโซ่ชนิดกันน้ำ (Wet Lube) เป็นประจำ
รถเกียร์อัตโนมัติ (A.T. / V-Matic): ตรวจสอบท่อระบายน้ำทิ้งของห้องแคร้งก์สายพานและกรองอากาศ หากจำเป็นต้องลุยน้ำขังระดับต่ำ ให้รักษารอบเครื่องยนต์ให้นิ่ง ห้ามผ่อนคันเร่งกะทันหัน เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนเข้าท่อไอเสีย
ตรวจสอบไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก และไฟเลี้ยวให้ติดครบทุกดวง
เช็ดทำความสะอาดโคมไฟหน้าและไฟท้ายเป็นประจำ อย่าปล่อยให้คราบโคลนบดบังความสว่าง
ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน (Hazard Lights) วิ่งฝ่าฝน เพราะจะทำให้เพื่อนร่วมทางสับสนและแยงสายตา ให้เปิดเฉพาะกรณีที่รถเสียหรือจอดฉุกเฉินข้างทางเท่านั้น
ระวังอันตรายช่วงฝนตกใหม่ๆ (First Rain Hazard): ช่วง 10–15 นาทีแรกที่ฝนเริ่มตก ละอองน้ำจะไปละลายคราบฝุ่นและน้ำมันบนถนนให้ลอยขึ้นมาเคลือบผิวหน้า ทำให้ถนนลื่นมากเป็นพิเศษ ให้ลดความเร็วลงทันทีและเพิ่มระยะห่างจากคันหน้าเป็น 2–3 เท่า
หลีกเลี่ยงกับดักพื้นผิวลื่น:
เส้นจราจรและทางม้าลาย: สีทาถนนเทอร์โมพลาสติกจะลื่นมากเมื่อเปียก หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหันหรือเอียงรถทับเส้นสี
ฝาท่อเหล็กและแผ่นเหล็กก่อสร้าง: ความฝืดแทบเป็นศูนย์ ให้ตั้งลำรถตรงและปล่อยคันเร่งให้รถไหลผ่านอย่างนุ่มนวล
คราบน้ำมันตามสี่แยก: ระวังฟิล์มน้ำมันลื่นบริเวณจุดหยุดรอสัญญาณไฟ
ควบคุมคันเร่งและเบรกอย่างนุ่มนวล: บิดคันเร่งแบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้เบรกหน้าและหลังผสานกันอย่างสมดุล แตะเบรกเบาๆ เพื่อไล่น้ำออกจากจานเบรกก่อนเพิ่มแรงกด ไม่กระแทกเบรกรุนแรง
การเข้าโค้ง: ชะลอความเร็วให้เสร็จสิ้นในทางตรง เมื่อเข้าโค้งให้เอียงรถให้น้อยที่สุด รักษาหน้าสัมผัสยางให้อยู่ในแนวราบมากที่สุด และห้ามเบรกกะทันหันในโค้ง
หลังจากพา Honda คู่ใจลุยฝนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ควรดูแลตัวรถเบื้องต้นทันที:
ล้างคราบดินทราย: ใช้น้ำสะอาดฉีดล้างคราบโคลนใต้ท้องรถ ซุ้มล้อ และหม้อน้ำ เพื่อป้องกันครีบระบายความร้อนอุดตัน
หลีกเลี่ยงน้ำแรงดันสูง: อย่าฉีดน้ำแรงดันสูงอัดเข้าดุมล้อ แกนโช้กอัป สวิตช์แฮนด์ และกรองอากาศโดยตรง
เช็ดแห้งและหล่อลื่นโซ่: เช็ดรถให้แห้ง สตาร์ทเครื่องยนต์เดินเบาสักครู่เพื่อไล่ความชื้น และฉีดสเปรย์หล่อลื่นโซ่ทันทีเพื่อป้องกันสนิม
ระบายอากาศใต้เบาะ: เปิดกล่องเก็บของใต้เบาะ (U-Box) ทิ้งไว้ในที่ร่มเพื่อระบายความชื้นสะสม ป้องกันการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับชื้น

50/3-5 Phahonyothin Rd. Nong Kae Saraburi 18140 Thailand
036-371622, 036-371214
sales_numsilp@hotmail.com
@numsilp
Copyright © 2023. Numsilp. All Rights Reserved.
Lorem Ipsum has been the standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic simply dummy text of the printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry's standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five
1. industry. Lorem Ipsum has been the industry's standard dummy text ever since the 1500s,
2. when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book.
3. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic simply dummy text of the
4. printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry's standard dummy text
5. ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a
6. type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic
ดำเนินการสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว wwww.numsilp.com
หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติ่มได้ที่ โทร 036-371622, 036-371214 หรือติดต่อผ่านเมนู ส่งข้อความถึงผู้ดูแลระบบ
ขอบคุณที่ไว้วางใจ และเลือกใช้บริการกับเรา