036-371622, 036-371214

sales_numsilp@hotmail.com

Blog

คู่มือกู้ชีพมอเตอร์ไซค์จมน้ำ: วิธีรับมืออย่างถูกวิธี ก่อนเครื่องยนต์พังถาวร

คู่มือกู้ชีพมอเตอร์ไซค์จมน้ำ: วิธีรับมืออย่างถูกวิธี ก่อนเครื่องยนต์พังถาวร

สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันมักทิ้งความเสียหายไว้กับยานพาหนะคู่ใจ โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์ที่ชิ้นส่วนเครื่องยนต์และระบบไฟสัมผัสกับน้ำได้ง่าย ความเสียหายหลังน้ำลดไม่ได้เกิดจากตัวน้ำเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก "การจัดการที่ไม่ถูกวิธี" ของเจ้าของรถ

หากรถมอเตอร์ไซค์ของคุณต้องเผชิญกับภาวะจมน้ำ นี่คือขั้นตอนการปฐมพยาบาลและกู้ชีพเครื่องยนต์อย่างเป็นระบบที่คุณควรรู้

กฎเหล็กข้อแรก: ห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด

สิ่งที่ห้ามทำโดยเด็ดขาดเมื่อเห็นรถจมน้ำคือ การบิดกุญแจเปิดระบบไฟ หรือพยายามกดปุ่มสตาร์ท/สตาร์ทเท้า เพราะหากมีน้ำขังอยู่ในกระบอกสูบ การพยายามสตาร์ทจะทำให้ลูกสูบอัดน้ำจนเกิดแรงกระแทกมหาศาล หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Hydrolock ส่งผลให้ก้านสูบคด เสื้อสูบแตก หรือวาล์วคดทันที นอกจากนี้ กระแสไฟจากแบตเตอรี่อาจลัดวงจร ทำลายกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) และเซนเซอร์ต่างๆ จนเสียหายถาวร

5 ขั้นตอนกู้ชีพมอเตอร์ไซค์หลังน้ำลด

1. ตัดระบบไฟเป็นอันดับแรก

ก่อนเริ่มทำความสะอาด ให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ออกทันที โดยเริ่มจาก การถอดขั้วลบ (-) ก่อนเสมอ แล้วจึงถอดขั้วบวก (+) เพื่อตัดการจ่ายไฟ ป้องกันกระแสไฟลัดวงจรในระหว่างที่ระบบสายไฟและกล่องรีเลย์ยังมีความชื้น

2. ล้างคราบโคลนและไล่ความชื้นภายนอก

น้ำท่วมมักพาทราย ดินโคลน และเศษขยะเข้ามาเกาะติด

  • ใช้น้ำสะอาดแรงดันต่ำล้างเศษดินออกจากซอกเครื่องยนต์ คาลิปเปอร์เบรก จานเบรก และโซ่

  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง อัดเข้าบริเวณหน้าปัดเรือนไมล์ สวิตช์แฮนด์ ปลั๊กไฟ และท่อทางเดินอากาศ

ใช้ลมเป่าหรือผ้าสะอาดเช็ดชิ้นส่วนภายนอกให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้

สำหรับในส่วนที่ 3 เป็นต้นไปไม่แนะนำให้ทำเองนะครับแนะนำการติดต่อหาสูนย์ที่มีบริการมารับรถหรือท่านจะยกไปเองก็ได้จะดีกว่า

3. ตรวจเช็กและระบายน้ำออกจากระบบเครื่องยนต์

  • หม้อกรองอากาศ: ถอดไส้กรองอากาศออกมาตรวจเช็ก หากเปียกน้ำหรือมีน้ำขัง ให้เช็ดหม้อกรองให้แห้งสนิทและเปลี่ยนไส้กรองใหม่ทันที

  • หัวเทียนและกระบอกสูบ: ขันหัวเทียนออกมาเป่าให้แห้ง ในกรณีที่เป็นรถสตาร์ทเท้า ให้ลองเหยียบคันสตาร์ทเบาๆ ต่อเนื่องกันหลายครั้ง (โดยไม่ต้องใส่หัวเทียน) เพื่อให้แรงอัดของลูกสูบดันน้ำที่อาจค้างอยู่ในห้องเผาไหม้ออกมาทางรูกระหัวเทียน

  • ท่อไอเสีย: หากน้ำท่วมมิดปลายท่อไอเสีย จะมีน้ำขังอยู่ภายใน ให้ถอดท่อไอเสียออกมาคว่ำเพื่อเทน้ำทิ้ง หรือตั้งขาตั้งคู่แล้วยกล้อหน้าให้ลอยสูงเพื่อให้น้ำไหลย้อนออกทางปลายท่อ

4. ถ่ายของเหลวและทำความสะอาดระบบส่งกำลัง

น้ำที่เข้าไปปนกับน้ำมันจะทำให้ประสิทธิภาพการหล่อลื่นหมดไป

  • น้ำมันเครื่อง: ชักก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมาดู หากน้ำมันเปลี่ยนเป็น สีขาวขุ่นคล้ายชานม แสดงว่ามีน้ำเล็ดลอดเข้าไปในแคร้งก์ ต้องถ่ายน้ำมันเครื่องทิ้งทันที และควรล้างแคร้งก์ด้วยน้ำมันฟลัชชิ่ง (Flushing Oil) หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่อีก 1–2 รอบหลังติดเครื่อง

  • รถสกู๊ตเตอร์ (เกียร์ออโตเมติก): ต้องถ่าย น้ำมันเฟืองท้าย ทิ้งด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งเปิดฝาครอบแคร้งก์สายพาน เพื่อล้างคราบโคลนและเป่าเม็ดตุ้มถ่วง คลัตช์ และสายพานให้แห้งสนิท

  • ถังน้ำมันเชื้อเพลิง: หากระดับน้ำท่วมมิดฝาถังน้ำมัน ให้เปิดดูว่ามีน้ำซึมเข้าไปปะปนหรือไม่ หากพบน้ำ ต้องเดรนน้ำมันเดิมทิ้งทั้งหมด ล้างถัง และเติมน้ำมันใหม่เข้าไป

5. ฟื้นฟูระบบสายไฟและจุดเคลื่อนไหว

  • ฉีดสเปรย์ไล่ความชื้นและน้ำยาทำความสะอาดหน้าสัมผัส (Contact Cleaner) บริเวณปลั๊กไฟ ปลั๊กเซนเซอร์ สวิตช์ไฟเลี้ยว และกล่องฟิวส์

  • หยอดน้ำมันหล่อลื่นหรือฉีดจาระบีขาวที่โซ่สเตอร์ แกนคันเร่ง ขาตั้งคู่ และแกนเบรก เพื่อป้องกันการเกิดสนิมและการติดขัด

ระดับความเสียหายที่ควรส่งศูนย์บริการ

หากรถของคุณเป็นมอเตอร์ไซค์ระบบหัวฉีดรุ่นใหม่ที่มีระบบเซนเซอร์และกล่องไฟซับซ้อน หรือกรณีที่ รถจมมิดคันเป็นเวลานานเกิน 24 ชั่วโมง การจัดการเบื้องต้นอาจไม่เพียงพอ ควรยกรถขึ้นรถกระบะหรือใช้บริการรถสไลด์ส่งศูนย์บริการมาตรฐาน เพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบหัวฉีด ระบบไฟหน้าจอ LCD และล้างชิ้นส่วนภายในห้องเครื่องอย่างละเอียด ก่อนเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้ง